Black Heat News

ข่าววงการดาร์กในไทย

บูลลี่ในไทย ภัยมืดที่มีอยู่จริง แต่หลายคนแสร้งมองไม่เห็น

การบูลลี่ในไทยเกิดขึ้นมายาวนาน ถึงเวลาที่ต้องช่วยกันหยุด

อ้วน ผอม ดำ ฟันเหยิน ฯลฯ เป็นตัวอย่างคำที่เด็กไทยนำมากลั่นแกล้งกัน มองทุกอย่างเป็นเรื่องสนุก มองทุกอย่างเป็นเรื่องตลก แต่รู้หรือไม่! ว่านั่นกำลังเป็นการสร้างรอยแผลในใจให้กับคนที่กำลังถูกกระทำ และจากสถิติของกรมสุขภาพจิต ยังพบอีกว่าปัญหานี้ที่กำลังเกิดในไทยไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ หากแต่พบว่าพฤติกรรมการกลั่นแกล้งรังแก หรือบูลลี่ (Bully) ของเด็กไทยกลับติดอันดับ 2 ของโลก รองจากประเทศญี่ปุ่นเพียงประเทศเดียวเท่านั้น

ประเด็นนี้ทางเครือข่ายนักกฎหมายเพื่อเด็กและเยาวชน ได้มีการลงพื้นที่เพื่อสำรวจความคิดเห็นเรื่อง บูลลี่ กลั่นแกล้ง ความรุนแรง ในสถานศึกษา ในกลุ่มเด็กที่มีอายุระหว่าง 10 – 15 ปี ใน 15 โรงเรียน รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,500 คน พบว่า 91.79% เคยถูกบูลลี่มาก่อน ส่วนวิธีที่ใช้ในการบูลลี่คือการตบหัว 62.07% รองลงมคือการล้อบุพการี 43.57% พูดจาเหยียดหยาม 41.78% และอื่น ๆ

3 ประเด็นที่เป็นไซเบอร์บูลลี่มากและรุนแรงในไทย

ที่สำคัญยังพบอีกว่าเด็กถูกกลั่นแกล้งประมาณเทอมละ 2 ครั้ง แต่ที่น่าห่วงคือ 1 ใน 4 หรือ 24.86% ถูกกลั่นแกล้งมากถึงสัปดาห์ละ 3 – 4 ครั้ง ดังนั้นการบูลลี่ถือเป็นความรุนแรงอย่างหนึ่งที่ส่งผลต่อการต่อต้านการไปโรงเรียน เก็บตัว ความเครียด ซึมเศร้า ไม่มีสมาธิกับการเรียน และที่หนักไปกว่านั้นคือ ‘การเอาคืน’ ที่เราไม่รู้เลยว่าคนที่ถูกกระทำมาเป็นเวลานาน เมื่อถึงคราวจะระเบิดออกมาแล้วจะมีความรุนแรงมากน้อยขนาดไหน

3 ประเด็นที่เป็นไซเบอร์บูลลี่มากและรุนแรงในไทย
3 ประเด็นที่เป็นไซเบอร์บูลลี่มากและรุนแรงในไทย

ซึ่งผลวิจัยชี้ให้เห็นว่า ‘พฤติกรรมการกลั่นแกล้งรังแกกัน’ เป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องเข้าแก้ไขอย่างเร่งด่วน อีกทั้ง ในปัจจุบันยังพบว่าการบูลลี่ไม่เพียงแต่จะเกิดขึ้นในโรงเรียน ที่ทำงาน หรือภายในครอบครัวเท่านั้น เพราะในวันที่โลกอินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทต่อการใช้ชีวิต ที่ไม่ว่าจะเป็นคนวัยไหน ๆ ก็สามารถเดินทางไปเยือนโลกออนไลน์ได้คนก็เกิดพฤติกรรมการบูลลี่ได้เหมือนกัน นั่นจึงทำให้ปัจจุบันเกิดคำว่า ไซเบอร์บูลลี่ (Cyberbullying) หรือการกลั่นแกล้งทางโลกออนไลน์ขึ้นมา กลายเป็นปัญหาสังคมที่ไม่ควรถูกมองข้าม ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเรื่องเล็ก ๆ เพราะมันอาจก่อตัวที่ทวีคูณความรุนแรงและส่งผลกระทบที่ใหญ่ได้ในอนาคต สำหรับประเด็นไซเบอร์บูลลี่ที่พบมากและรุนแรงที่สุดในไทย มีทั้งหมด 3 ประเด็น ดังนี้

Body Shaming

  • การวิจารณ์รูปร่างของผู้อื่นถือเป็นประเด็นที่เป็นไซเบอร์บูลลี่มากที่สุด เกิดขึ้นได้ง่ายและมีความรุนแรงมากกว่าในโลกปกติ เพราะไม่จำเป็นจะต้องเป็นการวิจารณ์คนที่รู้จักเท่านั้น แต่ไม่ว่าใคร ๆ ก็สามารถซ้ำเติมได้ ผ่านการกดแชร์ คอมเมนต์ ชวนเพื่อนมารุม Reply ที่ทำให้เหยื่อเหมือนโดนบูลลี่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่มีวันจบ

Gender Inequality ความไม่เท่าเทียมทางเพศ

  • ประเทศไทยแม้มีการรณรงค์เรื่องความเท่าเทียมทางเพศก็จริง แต่จากข้อมูลพบว่ากลับพบว่า เยาวชน LGBTQ+ กว่า 87% เคยถูกบูลลี่ด้วยการเหยียดและดูหมิ่น ซึ่งพฤติกรรมนี้สามารถกระทำได้อย่างรวดเร็ว ผ่านการไซเบอร์บูลลี่บนโลกออนไลน์แบบซ้ำ ๆ ยิ่งมีการกด Like กด Share ก็ยิ่งทำให้การบูลลี่กระจายได้เร็วขึ้น

Sexual Harassment การคุกคามทางเพศ

  • การโดนคุกคามในโลกออนไลน์น่ากลัวไม่แพ้โลกแห่งความจริง เพราะมีคนเข้ามาเกี่ยวข้องจำนวนมาก หาตัวคนผิดได้ยาก วิธีการคุกคาทางเพศมีหลากหลาย ทั้งผ่านการใช้คำพูด ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว หรือแม้แต่การกด Reaction ด้วย Emoji ต่าง ๆ ก็อาจทำให้เหยื่อเกิดปมในใจได้เหมือนกัน ที่สำคัญการคุกคามทางเพศก็ไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับเพศหญิงเท่านั้น แต่คนทุกเพศมีความเสี่ยงเท่า ๆ กัน

และแม้ว่าในไทยจะมีการรณรงค์และเริ่มตระหนักถึงปัญหาดังกล่าวบ้างแล้ว แต่ทว่าความเป็นจริงปัญหาการบูลลี่กลับไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นจริงเป็นจัง ดังนั้นคนไทยทุกคนไม่ว่าจะเป็นวัยไหน ๆ หากไม่สามารถห้ามปรามความคิดของใครได้ ก็ควรเริ่มต้นตั้งแต่ตัวเรา มองทุกอย่างด้วยความเป็นกลาง ไม่คิดว่าความต่างของคนอื่น ๆ จะเป็นปัญหาที่ทำให้การใช้ชีวิตของเราสะดุด เพราะผลกระทบจากการถูกบูลลี่ ผลลัพธ์คงไม่ใช่เรื่องที่ดี เพราะนั่นอาจนำพาพวกเขาไปสู่ปมปัญหาในใจ หาทางออกด้วยการเล่นพนันสมัครตรงไม่ผ่านเอเย่นต์ ติดยาเสพติด ฆ่าแกง หรืออื่น ๆ ที่เราเองก็อาจนึกไม่ถึง ดังนั้นช่วยกันเป็นหูเป็นตา และเลิกพฤติกรรมเหล่านี้ด้วยกันเถอะค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published.